วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555

คุณค่าทางสมุนไพรของสับปะรด

สับปะรดมีคุณค่าทางสมุนไพรอย่างไร ??

สับปะรด เป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และยังมีสรรพคุณทางยา ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารของเรา ทำงานได้อย่างปรกติ อีกทั้งยังมีความสามารถช่วยขับปัสสาวะ ได้ดีอีกด้วย สับปะรด ที่แก่หรือสุกแล้ว จะมีรสหวาน ใช้รับประทานเป็นของหวานก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพ หรือจะนำสับประรถ ไปปั่นเป็นน้ำสับปะรดดื่ม แก้กระหาย คลายเหนื่อย ช่วยให้สดชื่นขึ้นมาได้

จากการศึกษาวิจัยพบว่า สับปะรด มีสรรพคุณทางยา ดังต่อไปนี้
1.       สับปะรดมีสรรพคุณช่วยย่อยอาหาร ซึ่งส่งผลดีต่อระบบขับถ่าย ทำให้มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดี เพราะเรื่องท้องไส้นั้นถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะทำให้คนเรามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง
2.       สับปะรดมีสรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ ซึ่งส่งผลดีต่อร่างกายของเราโดยตรง เพราะเมื่อร่างกายมีการขับปัสสาวะออกมามากๆ ก็จะเป็นการนำเอาของเสียออกจากร่างกายของเราได้ จึงช่วยให้ร่างกายมีระบบขับถ่ายที่ดี ทำให้ร่างกายสดชื่น สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง

สำหรับคุณค่าทางโภชนาการของ สับปะรด ในขณะนี้ยังไม่มีผลการวิเคราะห์ออกมา อย่างเป็นทางการ แต่เท่าที่รู้ การนำสับปะรดมาแกงคั่วส้ม หรือแกงใส่หมู หรือแกงใส่หอยแมลงภู่ ก็อร่อยดีเหมือนกัน

วันพุธที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2554

มะตูมมีคุณค่าทางสมุนไพรอย่างไร


มะตูม นับว่าเป็นสมุนไพร อีกชนิดหนึ่ง ที่มีสรรพคุณทางยา สามารถช่วยให้เจริญอาหาร เป็นยาระบาย ช่วยในการขับลม แก้อาการจุกเสียดแน่นเฟ้อ ที่สำคัญมะตูมยังมีส่วนในการช่วย ขับเสมหะได้ดีอีกด้วย

จากการศึกษาวิจัย เกี่ยวกับมะตูมพบว่า มะตูม เป็นสมุนไพรที่มีความสามารถ ขับลม ขับแก๊สออกจากร่างกาย และเป็นยาระบายอ่อนๆ จึงทำให้ผู้ที่รับประทานมะตูม หรือดื่มน้ำมะตูม จะสามารถขับถ่ายได้ดี แก้อาการท้องผูก นอกจากนี้ มะตูมยังมีส่วนช่วยในกระบวนการย่อยอาหารได้ดี ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยให้เจริญอาหาร และที่สำคัญการดื่ม เครื่องดื่มสมุนไพร น้ำมะตูม ยังช่วยให้รู้สึกสดชื่น แก้อาการอ่อนเพลียละเหี่ยใจได้อีกด้วย

เนื่องจากมะตูม เป็นสมุนไพร ที่มีสรรพคุณทางยา มากมายหลายอย่าง จึงไม่แปลกใจเลยว่า ตามร้านขายยาแผนโบราณ หรือแม้แต่ตามตลาด ก็มักจะมี มะตูมหั่นตากแห้งขาย ทำให้ในปัจจุบัน มะตูม เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่มีคนสนใจดื่มเป็นจำนวนมาก

สำหรับคุณค่าทางโภชนาการ ของมะตูม ในขณะนี้ยังไม่มีผลการวิเคราะห์ออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ รับรองได้เลยว่า การรับประทานมะตูม หรือ การดื่มเครื่องดื่มสมุนไพร น้ำมะตูม เป็นประจำ ไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอน เพราะมะตูม เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยา อย่างครบครัน เช่น เป็นยาระบาย ขับลม แก้ท้องอืด บำรุงธาตุ ช่วยให้เจริญอาหาร ฯลฯ

วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2554

คุณค่าทางสมุนไพรของหญ้าหนวดแมว

หญ้าหนวดแมว เป็นสมุนไพรไทย อีกชนิดหนึ่ง ที่แพทย์แผนโบราณ ใช้สกัดเป็นยารักษาโรคต่างๆ ได้ โดยหญ้าหนวดแมว มีความสามารถช่วยรักษาโรคไต ช่วยในการขับปัสสาวะ บรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเอว และยังช่วยบรรเทาอาการเจ็บตามข้อ ตามกระดูกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ในอดีต สมัยที่วงการแพทย์ ยังไม่ได้พัฒนาเหมือนปัจจุบัน หญ้าหนวดแมว เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง ที่แพทย์เลือกใช้กับผู้ป่วย โดยวิธีการต้ม หญ้าหนวดแมว ให้ผู้ป่วยดื่ม ซึ่งเป็นวิธีการรักษาแบบโบราณ อีกวิธีหนึ่ง ซึ่งการดื่มน้ำหญ้าหนวดแมวเป็นประจำ จะช่วยขับปัสสาวะ และสารพิษที่ตกค้างในร่างกายออก จึงช่วยทำให้ไตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

หญ้าหนวดแมว เป็นพืชสมุนไพร ที่ใช้เป็นยารักษาโรคไต และช่วยบรรเทาอาการปวดตามข้อ ปวดตามกระดูก และช่วยขับปัสสาวะได้ดีแล้ว การนำเอาหญ้าหวดแมว มาทำเป็นเครื่องดื่ม ไว้ดื่มเพื่อดับกระหายก็กำลังเป็นที่นิยม และทำให้หญ้าหนวดแมวเป็นเมนูเครื่องดื่มสมุนไพร ที่มีคนให้ความสนใจเป็นจำนวนไม่น้อย และการนำหญ้าหนวดแมว มาชงเป็นน้ำชา ไว้ดื่ม นอกจากจะช่วยดับกระหายแล้ว ยังได้รับคุณค่าทางสมุนไพรไปเต็มๆ

นอกจากหญ้าหนวดแมว จะเป็นสมุนไพรที่ใช้รักษาโรคได้แล้ว ในปัจจุบัน นิยมปลูกหญ้าหนวดแมว เพื่อความสวยงาม อีกด้วย จึงทำให้หญ้าหนวดแมว เป็นทั้งพืชสมุนไพร และไม้ดอกไม้ประดับ ที่ทรงคุณค่าที่สุดก็ว่าได้

วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554

คุณค่าทางสมุนไพรของแมงลัก


เนื่องจากใบแมงลัก เป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม ของน้ำมันระเหยออกมา ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์ อย่างหนึ่งของใบแมงลัก หลายท่านจึงนิยมนำใบแมงลักมาเป็น ส่วนประกอบในการทำอาหาร หลากหลายชนิด

จากการศึกษาวิจัย เกี่ยวกับคุณค่าทางสมุนไพรของแมงลัก พบว่า การรับประทานใบแมงลัก หรือ เม็ดแมงลัก จะมีความสามารถ เป็นยาระบายแก้ท้องผูก ช่วยระบาย แก้ไขอาการท้องอืดท้องเฟ้อ จึงทำให้ผู้ที่รับประทาน ใบแมงลัก หรือ เม็ดแมงลัก เป็นประจำมีสุขภาพดี

ต้นแมงลัก เป็นพืชล้มลุก และนับว่าเป็นพืชสมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง ที่มีลำต้นสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 50-60 เซนติเมตร ใบของแมงลัก จะมีลักษณะคล้ายๆ กับใบกระเพรา หรือ คล้ายๆ กับใบโหระพา แต่จะมีความแตกต่างกัน ตรงที่ใบแมงลัก จะไม่มีขน และดอกของแมงลัก จะออกดอกเป็นชั้นๆ คล้ายๆ กับฉัตร โดยแมงลักจะออกดอกเป็นสีขาว

ใบแมงลัก สามารถนำมาเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารไทย ได้หลายชนิด เช่น แกงเลียง นอกจากนี้ ใบแมงลัก ยังเป็นเครื่องเคียงของ ขนมจีนน้ำยา เปาะเปี๊ยะสด ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

สำหรับผู้ที่มักจะมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือระบบขับถ่ายทำงานไม่เป็นปรกติ ลองหันมารับประทาน ใบแมงลัก หรือ ดื่มน้ำเม็ดแมงลัก จะช่วยเป็นยาระบายท้อง ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปรกติ อุจจาระได้คล่องตัว โดยไม่ต้องพึ่งพายาระบายที่เป็นสารเคมี ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตราย หรือเกิดอาการระคายเคืองต่อผนังลำไส้ได้