วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ตะไคร้มีคุณค่าทางสมุนไพรอย่างไรบ้าง ?

ตะไคร้ เป็นสมุนไพรไทย อีกชนิดหนึ่ง ที่เราใช้เป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร นอกจากตะไคร้จะใช้เป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารเพื่อให้ได้รสชาติ ที่อร่อยแล้ว ตะไคร้ยังมีสรรพคุณทางยาช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยว จุดเสียด แน่นท้องได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้จากการศึกษาวิจัยยังพบว่า ตะไคร้มีส่วนช่วยในการขับเหงื่อ และขับปัสสาวะได้ดีอีกด้วย

คุณค่าทางโภชนาการที่จะได้รับจากการรับประทานตะไคร้ในปริมาณ 100 กรัม
1.       จะได้รับพลังงานในปริมาณ 126 กิโลแคลอรี่
2.       จะได้รับโปรตีนในปริมาณ  1.2 กรัม
3.       จะได้รับคาร์โบไฮเดรตในปริมาณ 25.5 กรัม
4.       จะได้รับไขมันในปริมาณ 2.1 กรัม
5.       จะได้รับเส้นใยอาหารหรือกากใยอาหารในปริมาณ 4.2 กรัม
6.       จะได้รับวิตามินเอในปริมาณ 427 มิลลิกรัม
7.       จะได้รับวิตามินซีในปริมาณ 1 มิลลิกรัม
8.       จะได้รับธาตุเหล็กในปริมาณ 2.6 มิลลิกรัม
9.       จะได้รับแคลเซียมในปริมาณ 35 มิลลิกรัม
10.    จะได้รับฟอสฟอรัสในปริมาณ 30 มิลลิกรัม
11.    จะได้รับไนอะซีนในปริมาณ 2.2 มิลลิกรัม
12.    จะได้รับไธอะมีนในปริมาณ 0.05 มิลลิกรัม
13.    จะได้รับไลโบฟลาวินในปริมาณ 0.02 มิลลิกรัม

ตะไคร้สมุนไทย นอกจากจะใช้เป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารแล้ว ยังสามารถประยุกต์ ทำเป็นเครื่องดื่มน้ำตะไคร้ได้อีกด้วย สำหรับการทำเครื่องดื่มน้ำตะไคร้ ใช้ดื่มเพื่อดับกระหาย และยังได้คุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย รายละเอียด การทำน้ำตะไคร้

มะขามมีคุณค่าทางสมุนไพรอย่างไรบ้าง ?


มะขามเป็นสมุนไพรไทย อีกชนิดหนึ่ง ที่มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยลดอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายไม่ดี เมื่อรับประทานมะขามเข้าไป จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานอย่างปรกติ นอกจากนี้ ดอกมะขาม ยังเป็นสมุนไพร ที่มีส่วนช่วยในการลดความดันโลหิต ทำให้ความดันปรกติได้อีกด้วย

คุณค่าทางโภชนาการ ที่จะได้รับจากการรับประทานมะขาม ในปริมาณ 100 กรัม
1.       จะได้รับพลังงานเท่ากับ  70 กิโลแคลอรี่
2.       จะได้รับโปรตีนเท่ากับ  2.3 กรัม
3.       จะได้รับคาร์โบไฮเดรตเท่ากับ 14.7 กรัม
4.       จะได้รับไขมันเท่ากับ 0.2 กรัม
5.       จะได้รับเส้นใยอาหารหรือกากใยเท่ากับ  6.3 กรัม
6.       จะได้รับแคลเซียมเท่ากับ  429 มิลลิกรัม
7.       จะได้รับธาตุเหล็กเท่ากับ 3 มิลลิกรัม
8.       จะได้รับฟอสฟอรัสเท่ากับ  14 มิลลิกรัม
9.       จะได้รับไธอะมินเทากับ 0.08 มิลลิกรัม
10.    จะได้รับวิตามินเอเท่ากับ  867 หน่วย
11.    จะได้รับวิตามินซีเท่ากับ  44 มิลลิกรัม
12.    จะได้รับไนอะซีนเท่ากับ 1.5 มิลลิกรัม
13.    จะได้รับไลโบฟลาวินเท่ากับ 0.34 มิลลิกรัม

เนื่องจากในมะขามมีวิตามินซีอยู่ ในปริมาณมากเป็นพิเศษ ดังนั้นการรับประทานมะขามเป็นประจำ จะช่วยป้องกันการเป็นไข้หวัดได้เป็นอย่างดี ทำให้มีสุขภาพที่ดีได้ และหากท่านเป็นคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย มีอาการท้องผูกอยู่เป็นประจำ ลองหันมารับประทานมะขาม หรือลองดื่มน้ำมะขาม จะสามารถช่วยท่านได้ไม่เชื่อลองดูนะค่ะ

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554

คุณค่าทางสมุนไพรของขิง

ขิงนับได้ว่าเป็นสมุนไพรไทย ที่หาได้อย่างง่ายดาย และขิงยังเป็นสมุนไพร ที่สามารถแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อีกทั้งขิงยังช่วยให้เราเจริญอาหารได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

สำหรับคุณค่าทางสมุนไพรของขิง อีกอย่างหนึ่งก็คือ ขิง มีความสามารถในการขับลมและแก๊สเสียออกจากร่างกายของเรา จึงทำให้รู้สึกได้ถึงความสบายท้อง รู้สึกปลอดโปร่ง ทำให้ไม่อึดอัด นอกจากนี้ ขิง ยังมีสรรพคุณ ช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาการปั่นป่วนในท้อง ได้ดีอีกด้วย

คุณค่าทางโภชนาการที่จะได้รับจากการรับประทานขิงในปริมาณ 100 กรัม
  1. จะได้รับพลังงานมากถึง  25 กิโลแคลอรี่
  2. จะได้รับไขมันมากถึง  0.6 กรัม
  3. จะได้รับโปรตีนมากถึง 0.4 กรัม
  4. จะได้รับเส้นใยอาหารหรือกากอาหารมากกว่า  0.8 กรัม
  5. จะได้รับธาตุเหล็กมากถึง  1.2 มิลลิกรัม
  6. จะได้รับแคลเซียมมากถึง 18 มิลลิกรัม
  7. จะได้รับฟอสฟอรัสมากถึง  22 มิลลิกรัม
  8. จะได้รับคาร์โบไฮเดตรมากถึง  4.4 กรัม
  9. จะได้รับวิตามินซีมากถึง 1 มิลลิกรัม
  10. จะได้รับเบต้า-คาโรทีนมากกว่า  10 ไมโครกรัม
  11. จะได้รับไนอะซีนมากกว่า 1 มิลลิกรัม
  12. จะได้รับไธอะมีนมากกว่า  0.02 มิลลิกรัม
  13. จะได้รับไลโบฟลาวินมากกว่า  0.02 มิลลิกรัม
จะเห็นได้ว่าการรับประทานขิงในปริมาณ 100 กรัมเราจะได้คุณค่าทางสารอาหารมากมาย และขอแนะนำว่าหากท่านเป็นคนที่ชอบการดื่มกาแฟ เป็นชีวิตจิตใจ ลองหันมาดื่มน้ำขิง ดูก็ไม่เลวนะค่ะ เพราะนอกจากจะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนแล้ว แพทย์แผนโบราณยังได้บอกไว้ว่า น้ำขิง ถือเป็นน้ำวิเศษดื่มแล้วจะช่วยทำให้มีสุขภาพที่ดี ทำให้มีอายุยืนยาวขึ้นได้

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เตยหอม มีคุณค่าทางสมุนไพรอย่างไร ?

คุณรู้หรือไม่ว่า เตยหอมนั้น มีสรรพคุณทางยาช่วยบำรุงหัวใจ และยังช่วยทำให้รู้สึกสดชื่น อีกทั้งเตยหอมยังช่วยทำให้เรารู้สึกหายอ่อนเพลียได้อีกด้วย ดังนั้นเมื่อทำงานเหน็ดเหนื่อยมา หรือออกกำลังกายมาเหนื่อยๆ ขอแนะนำให้ ดื่มน้ำเตยหอมสักแก้ว รับรองได้ว่าจะรู้สึกสดชื่น กระปี้กระเปร่าขึ้นมาทันที

คุณค่าทางโภชนาการของเตยหอม ที่เราจะได้รับในสัดส่วนที่รับประทานหนึ่งร้อยกรัม มีด้งนี้
  1. ได้รับพลังงานมากถึง  35 กิโลแคลอรี่
  2. ได้รับโปรตีนมากถึง  1.9 กรัม
  3. ได้รับไขมันมากถึง  0.8 กรัม
  4. ได้รับกากหรือใยอาหารมากถึง  5.2 กรัม
  5. ได้รับคาร์โบไฮเดรตมากถึง  4.9 กรัม
  6. ได้รับสารเบต้า-แคโรทีนมากถึง  2,987 ไมโครกรัม
  7. ได้รับธาตุเหล็กมากถึง  0.1 มิลลิกรัม
  8. ได้รับแคลเซียมมากถึง  124 มิลิลกรัม
  9. ได้รับฟอสฟอรัสมากถึง  27 มิลลิกรัม
  10. ได้รับวิตามินซีมากถึง  8 มิลลิกรัม
  11. ได้รับไลโบฟลาวินมากถึง  0.2 มิลลิกรัม
  12. ได้รับไนอะซีนมากถึง 1.2 มิลลิกรัม
 จะเห็นได้ว่าการรับประทานเตยหอม ผู้รับประทานจะไดัรับสารอาหารอย่างมากมาย ที่สำคัญนอกจากจะนำเตยหอมมาใช้ในการปรุงอาหาร เนื่องจากเตยหอมจะช่วยทำให้อาหารมีกลิ่งหอมชวนรับประทาน ซึ่งสามารถนำมาปรุงอาหารได้ทั้งอาหารคาว และอาหารหารหวานแล้ว เตยหอมยังสามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่ม ใช้ดื่มเพื่อดับกระหายได้อีกด้วย